ตำแหน่งของคุณ Home กทม

น้ำ(2)

สถาพร ศรีสัจจังสังคมสยามเป็นสังคมลุ่มน้ำ แม้จะเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “ไทย” แล้ว ก็ยังคงเป็นสังคมของคนลุ่มน้ำ ชาวบ้านมีชีวิตผูกพันอยู่กับฤดูกาลที่ข้องเกี่ยวอยู่กับน้ำ ทั้งฤดูน้ำหลาก (หรือฤดูน้ำนอง) ฤดูน้ำทรง และฤดูน้ำแล้ง ทั้งฤดูฝน และ ฤดูร้อนสังคมสยามเป็นสังคมข้าว มีข้าว ทั้งข้าวเจ้า และ ข้าวเหนียว เป็นธัญพืชหลักแห่งวิถีชีวิต เป็นธัญพืชพื้นฐานในการบริโภคของทุกมื้ออาหารหลัก ทั้งมื้อเช้า มื้อเที่ยงและมื้อเย็นมี “ข้าว” ทั้งข้าวเหนียว และข้าวเจ้าเป็นธัญพืชพื้นฐานในการสร้างสรรค์ “ของหวาน” หรือ “ขนม” และมี “ข้าว” เป็นองค์ประกอบสำคัญในการประกอบพิธีกรรมความเชื่อทั้งหลาย ทั้งที่เกี่ยวของกับชีวิตประจำวัน เทศกาล พิธีการ และ การอาชีพ ทั้งในระดับชาวบ้าน ชาวเมือง และราชสำนักและการปลูกหรือการผลิต “ข้าว” มี “น้ำ” เป็นตัวชี้ขาด ว่าฤดูการผลิตในปีนั้นๆ “ชาวนา” (คือคนสยามส่วนใหญ่ที่อยู่ในลุ่มน้ำของทุกภาค) จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว จะได้ข้าวเพียงพอต่อการบริโภคตลอดปีหรือจะขาดแคลน“น้ำ” และ “ข้าว” จึงเป็น “แม่” หรือ “แหล่งเกิดแห่งชีวิต” ที่สำคัญของคนสยามในอดีต หรือ “ไทย”ในปัจจุบัน มาโดยตลอดที่ต้องอภิปรายเน้นถึงคำ “สยาม” หรือ “ไทย” มากเป็นพิเศษ ก็เพราะทุกครั้งที่คิดถึงคำ “ไทย” ว่ามาจากไหน ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงบทบันทึกสำคัญชิ้นหนึ่งของท่านรัฐบุรุษ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนในเหตุการณ์ “การอภิวัฒน์สยาม” เมื่อปี 2475 รัฐบุรุษผู้ที่ภายหลังต้องถูกเนรเทศ(หลบหนี) ระเหเร่ร่อนลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน จนท้ายสุดต้องไปอสัญกรรมที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส อย่างที่รู้ๆกันบุญคุณและคุณูปการที่ท่านผู้นี้ได้ “สร้างสรรค์” ให้สังคมไทยไว้นั้น เมื่อถึงวันนี้แม้จะประจักษ์กันอย่างกว้างขวางพอควรบ้างแล้ว แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในวงแคบอย่างไม่น่าจะเป็น แม้องค์การสหประชาชาติจะประกาศให้ท่านได้รับยกย่องเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” แล้วก็ตามการเปลี่ยนชื่อ “ประเทศสยาม” มาเป็น “ประเทศไทย” ตามมติของรัฐสภาไทย(โดยข้อเสนอของ ครม.ยุคที่มีหลวงพิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2482 (เพิ่งผ่านมาเพียง 82 ปี ยังไม่ถึงศตวรรษ)นั้น ในที่ประชุมครม.ก่อนจะมีการนำเสนอเข้าสู่รัฐสภา ดร.ปรีดี พนมยงค์ได้ให้ความเห็นแย้งไว้ด้วยเหตุผลที่หนักแน่นน่าสนใจยิ่ง แต่แพ้มติ ใครสนใจจะศึกษารายละเอียดในเรื่องนี้ ก็สามารถไปหาอ่านได้จากข้อเขียนของท่านรัฐบุรุษผู้นี้ในเอกสารเรื่อง “Ma vie mouvementee” ได้อย่างเต็มที่ เพราะเอกสารดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างมานานพอควรแล้วที่บอกว่า “น้ำ” มีความสัมพันธ์กับคนสยามมาโดยตลอดนั้น ก็เพราะ การตั้งถิ่นฐานของคนกลุ่มนี้ ตั้งแต่ยุคโบราณนานมา(อย่างน้อยก็ตั้งแต่ยุคสุโขทัยเป็นอย่างต่ำ) ล้วนยึดแหล่งน้ำคัญเป็นศูนย์กลางลองคิดทบทวนเป็นภาคๆก็ได้ เอาภาคเหนือและอีสานโบราณก่อน แน่นอนว่าทั้งอาณาจักรล้านนาและล้านช้างมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นเลือด ภาคเหนือนั้นแตกขยายเป็นชุมชนเมืองต่างๆตามลุ่มน้ำย่อยลงมาทางใต้ คือ ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวัง และลุ่มน้ำน่าน จนกระทั่งรวมตัวกันหลากไหลลงเป็นลุมน้ำเจ้าพระยา มาสัมผัสสัมพันธ์กับสายน้ำในภาคกลางอย่างแม่น้ำสะแกกรังและแม่น้ำน้อย นิรมิตสรรค์สร้างอาณาจักรอันรุ่งเรืองยิ่งใหญที่มีอายุยืนนาน อย่าง “ศรีอโยธยา” และ “กรุงเทพทวารวดี” ขึ้นอย่างที่รู้ๆกันส่วนภาคอีสาน ก็มีบรรดาแม่น้ำที่ไหลลงโขงตั้งแต่ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี จนถึงลุ่มน้ำสงคราม ภาคตะวันตกนั้นมีลุ่มน้ำแม่กลองที่มีส่วนอย่างสำคัญในการก่อเกิดอาณาจักรทวารวดีอันเก่าแก่แถบบนครปฐม นครชัยศรีภาคตะวันออก มีลุ่มแม่น้ำบางปะกงหรือแม่น้ำปราจีนบุรี ลุ่มแม่น้ำระยอง ลุ่มแม่น้ำจันทบุรี และลุ่มแม่น้ำเวฬุ เป็นต้นส่วนภาคใต้นั้นมีพื้นที่ลุ่มน้ำสัญคัญๆ เช่น ลุ่มน้ำตาปี อีปัน ลุ่มน้ำปากจั่น ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา(สงขลา-พัทลุง-นครศรีธรรมราช) ลุ่มน้ำปัตตานี ลุ่มแม่น้ำตรัง และลุ่มน้ำคลองสินปุน(กระบี่) เป็นต้นประวัติศาสตร์ในการสร้างบ้านแปงเมืองอันยาวนานเป็นพันๆปีของกลุ่มชนคน “สยาม” หรือ “ไทย” ปัจจุบัน ตามลุ่มน้ำต่างๆดังกล่าวมา ได้สร้างภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตที่เกี่ยวกับ “น้ำ” และ “แหล่งน้ำ” ไว้อย่างลึกซึ้ง ซับซ้อน และมหาศาล ตั้งแต่เรื่องรูปธรรม เช่นเรื่องการหาอยู่หากิน(อาหารการกิน) การปลูกสร้างที่อยู่อาศัย(สถาปัตยกรรม) เครื่องนุ่งห่ม(ภัสตราภรณ์ ) การคมนาคม(โดยเฉพาะทางน้ำ) หรือเรื่องยารักษาโรค(เภสัชเวชกรรม) จนกระทั่งถึงเรื่องราวนามธรรมที่เกี่ยวข้องกับ “จิตรูป” อันได้แก่ ประเพณี ความเชื่อ พิธีกรรม และ ระบบจริยธรรม เป็นต้นเพียงเริ่มจากระบบคิด “การทำประเทศให้ทันสมัย” (Modernization)ภายใต้ “ความเชื่อ”ของชนชั้นนำทางสังคม (ที่มีอำนาจทางการเมือง) กลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่เริ่มขึ้นสักเมื่อประมาณช่วงต้นของทศวรรษ 2500 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลาเพียงประมาณ 6 ทศวรรษ เรื่องราว “ชีวิตสังคม” เกี่ยวกับ “วิธีวิทยา” ที่เกี่ยวกับ “น้ำ” ทั้งหลายของชาวสยามไทย ก็เปลี่ยนแปลงและ “หายสาบสูญ” ไปจากหน้า “ประวัติศาสตร์สังคม” แทบจะโดยสิ้นเชิง!!!

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

บทความยอดนิยม