ตำแหน่งของคุณ Home กทม

“NCL”เดินเกมรุกลุยธุรกิจNon-Logisticปูพรมอาณาจักรแข็งแกร่งดันผลงานผงาด

หลังจากที่บริษัทเอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (NCL) เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กร ด้วยการขยายธุรกิจ Non-Logistic เพิ่มจากธุรกิจหลัก คือ ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล และการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ในบริษัทย่อยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ภาพรวมธุรกิจของ NCL ปีนี้ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ขณะที่ผลการดำเนินงานพลิกกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของ “กิตติ พัวถาวรสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่พร้อมจะสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ธุรกิจของ NCL กลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง เห็นได้จากฐานะทางการเงินของบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีสินทรัพย์รวม 866.84 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหนี้สินรวม 549.26 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ 297.11 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานมีความมั่นคง โดยครึ่งปีแรก(สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564) มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 44.71 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 381.82% จากงวดเดียวกันของปีก่อน มีผลขาดทุนก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 15.87 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 691 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 43.27% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 48.23 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ขยายตัวตามสถานการณ์การค้าโลก ทำให้มีรายได้จากการให้บริการขนส่งเพิ่มขึ้น และธุรกิจบริษัทย่อยหนุน รวมถึงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีทำให้มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 57.76%

การลงทุนในธุรกิจต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งในนโยบายของกลุ่มบริษัทที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและกระจายรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยที่ประเทศสิงคโปร์ และบริษัท แอลจี คอนเทนเนอร์ ไลน์ พีทีอี แอลทีดี (LG) ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล และเป็นตัวแทนแต่งตั้งจากต่างประเทศในการนำเข้าและส่งออกสินค้า ปัจจุบัน LG มีตู้คอนเทนเนอร์เป็นของบริษัทเองจำนวน 500 ตู้ และได้เช่าตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มอีกประมาณ 1,500 ตู้ รวมมีตู้คอนเทนเนอร์ทั้งสิ้น 2,000 ตู้ อีกทั้งยังมีพื้นที่ระวางเรือรองรับการให้บริการขนส่งสายเรือได้ในระยะยาว ทำให้ได้รับประโยชน์ด้านการบริการแก่ลูกค้า ส่งผลให้บริษัทมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยาฟอกเลือดผู้ป่วยโรคไตด้วยเครื่องไตเทียม ภายใต้บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (GWM) ที่ NCL ถือหุ้นในสัดส่วน 52.8% โดยได้ขยายฐานลูกค้าศูนย์ฟอกไตเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง และมีกำลังการผลิตน้ำยาล้างไตได้ 1.2 แสนแกลลอนต่อเดือน คาดว่าจะสร้างรายได้เฉลี่ย 100 ล้านบาทต่อปี

ในส่วนธุรกิจ Non-Logistic ได้ “พงษ์เทพ วิชัยกุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร่วมกันขับเคลื่อนและยกระดับธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาวของ NCL โดยมีแผนในการขยายธุรกิจด้าน Non-Logistic ที่มีศักยภาพในอนาคตเช่น ธุรกิจ Digital Content รวมถึงการเข้าร่วมประมูลงานต่างๆจากภาครัฐ เตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในการสนับสนุนส่งเสริมงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ ร่วมกับคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยลงทุนเรื่องการปลูกและจำหน่าย กัญชง กัญชาทางการแพทย์และเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของ NCL มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

จากความมุ่งมั่นในการปรับโครงสร้างธุรกิจ บริหารจัดการต้นทุน ขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และขยายธุรกิจด้านต่างๆอย่างเข้มข้น วันนี้ NCL พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบริษัทฯ เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ ที่ยังมีเสน่ห์ และน่าลงทุนจากผลการดำเนินงานที่พลิกฟื้นกลับมาเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ คาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

บทความยอดนิยม