ตำแหน่งของคุณ Home กทม

สุชาติจ่อเสียบเลขาพปชร.

“3 ป.- 6 รมต.” วางแผนปรับโครงสร้าง พปชร. พร้อมเปิดทางกรรมการบริหารพรรคลาออก หวังจัดประชุมใหญ่ เฟ้นหาตัวแทนใหม่ ด้าน”สุชาติ” ยัน “พปชร.”ไม่แตก-ไม่มีวัดกำลัง ไม่ตอบมีชื่อนั่ง “เลขาฯ” แทน “ธรรมนัส” ส่วน”บิ๊กป้อม”อุบปรับโครงสร้างพปชร. ปัดไม่รู้ “บิ๊กตู่” เสียบนั่งหัวหน้าพรรคแทน ขณะที่”บิ๊กตู่”เมินข่าวนั่งหัวหน้า “พปชร.” ส่วน”สนธิญา”บุกกกต.ร้องยุบ “เพื่อไทย”เซ่นคลิป “ทักษิณ” วิดีโอคอลส.ส.เข้าข่ายขัดกม.พรรคการเมือง ด้าน”ส.ส.เจี๊ยบ” นำทีมพรรคก้าวไกล ยื่นขอประกันตัว 5 แกนนำม็อบ

เมื่อวันที่ 26 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เรียกรัฐมนตรีสังกัดพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) รวม 6 คน เข้าพบ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม , นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม , นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมงนั้น ซึ่งในที่ประชุมได้มีการหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรค ทั้งกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค รวมถึงการทำโพลที่ทำให้ ส.ส.หลายคนอึดอัดและไม่พอใจ เพราะอาจทำให้มีปัญหามากขึ้น ซึ่งในการหารือเห็นตรงกันว่าเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว จึงจะมีการปรับโครงสร้างพรรคอีกครั้ง โดยให้คณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ 26 คน ลาออกเกินกึ่งหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้มีการจัดประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยคาดว่าจะมีการยื่นหนังสือลาออกในวันนี้ (26 ต.ค.)

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ภายหลังการหารือดังกล่าวในช่วงเย็นวันเดียวกัน รัฐมนตรีทั้ง 6 คน ได้เดินทางเข้าพบ นายกฯ ,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อหารือเรื่องการปรับโครงสร้างพรรค พปชร.กันต่อ

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะส.ส.ชลบุรี พรรคพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับโครงสร้างพรรคพปชร.ว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวจะช่วยเสริมให้พรรคพปชร.เข้มแข็ง เมื่อถามว่า จะสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งหน้าได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรมีแนวคิด และยุทธศาสตร์ในการบริหารพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง

“เพราะในวันนี้ เราเลย 2 ปีมาแล้ว เหมือนเรากำลังเดินขึ้นเขาและช่วงนี้ก็กำลังลงเขาเข้าสู่ 4 ปี จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมของพรรคตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการปรับโครงสร้างพรรค หรืออะไรต่างๆ คงต้องอยู่ที่คณะกรรมการกำกับทั้งหมด ตัวผมพูดแทนคนอื่นไม่ได้ เพราะเป็นเสียงเดียว ผมต้องดูแนวคิด นโยบายของผู้ใหญ่เป็นอย่างไร และเคารพการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค การปรับโครงสร้างให้ดีขึ้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของหัวหน้าพรรค เราน้อมรับทุกเรื่อง”
เมื่อถามว่า ที่นายกฯได้เรียกเข้าไปพูดคุย และจะมีการปรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ออกจากเลขาธิการพรรค นายสุชาติ กล่าวว่า การที่นายกฯเรียกไปคุย ตัวนายกฯเอง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และคุยเรื่องงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานเช่น การดูแลชาวบ้านแฟลตดินแดง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับพรรคการเมือง ต่อข้อถามอีกว่า ที่ลือกันว่าพรรค พปชร.กำลังจะแตกนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า พรรคพปชร.ยังไม่แตก เพราะทุกคนรักหัวหน้าพรรคและศรัทธาหัวหน้าพรรค
“พรรคการเมืองเป็นเหมือนสถาบันการเมือง บางครั้งการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้นเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองในอนาคต เพื่อต้องปรับหาจุดที่สมดุล โดยการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ที่ผ่านมา พรรคก็ปรับและดีขึ้นมาโดยตลอด ขอยืนยันว่าไม่เกิดกระแสการวัดพลังแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่นายสุชาติและพล.อ.ประวิตรเดินเข้าห้องรับรองไปนั่งคุยเป็นเวลากว่า 30 นาที ท่ามกลางกระแสข่าวนายสุชาติจะเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคแทนร.อ.ธรรมนัสนั้น นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ว่าจะอย่างไร ก็จะอยู่กับพล.อ.ประวิตร แต่ถ้าได้รับความไว้วางใจให้มานั่งเลขาฯ พรรคอันนั้นไว้ค่อยว่ากัน

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. กล่าวว่า การปรับโครงสร้างพรรค กำลังคิดอยู่ เมื่อถามย้ำว่า มีแนวโน้มที่พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ ไม่ได้มาพูดกับผม” เมื่อถามว่า ไม่ได้พูดเรื่องนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “คุยกันแล้ว แต่ไม่ได้เห็นมาพูดเรื่องนี้กับผม” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ ยังไม่รู้”

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกระแสข่าวการปรับโครงสร้างพรรคพปชร.ว่าจะไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรค โดยหันมายกมือทักทายสื่อมวลชนก่อนเข้าร่วมการประชุมทันที
ส่วน นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย กรณีคลิปงานเลี้ยงส.ส.เพื่อไทย ที่มีการวิดีโอคอลจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯรวมพูดคุยกับสมาชิกพรรค ในการวางตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งอาจขัดและฝ่าฝืนต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง2560 มาตรา 28, 29 และมาตรา 74(1)

ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดา นำโดย นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล , น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล , นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักสื่อสารมวลชนและนักกิจกรรม เพื่อเข้าประกันตัวนักกิจกรรมจำนวน 5 คน คือ 1.นายอานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์ 2.น.ส.เบนจา อะปัญ 3.พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน 4.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน 5.นายภาณุพงศ์ จาดนอกหรือไมค์ ระยอง กรณีถูกดำเนินคดี 112 โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส. ในการประกันตัว พร้อมเงินสดประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมืองคนละ 2 แสนบาทของกองทุนราษฎรประสงค์

โดย นางอมรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองในมาตรา 112, 116, 215, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, พ.ร.ก.ชุมนุมสาธารณะฯ รวมทั้งหมดกว่า 800 คดี ส่วนคดี ม.112เป็นคดีทางการเมืองที่จะต้องแก่ปัญหาด้วยช่องทางทางการเมืองที่มีอยู่ ใช้คุก ใช้ศาล ใช้ทหาร ละใช้กฎหมายปิดปาก รวมทั้งกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศไทยและองค์กรต่างๆ วิพากวิจารณ์ โดยนับตั้งแต่ปี 2554-2564 ประเทศไทยถูกวิจารณ์ถึง 12 ครั้ง และมีข้อเสนอให้แก้ไขอัตราโทษขั้นต่ำ ไม่มีคำนิยามของการดูหมิ่นที่แน่นอนและการบังคับใช้ตีความไร้ขอบเขตไม่สอดคล้องกับหลักกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเพื่อหยุดยังการใช้ ม.112 ขอเรียกร้องให้ปล่อยตัว 5 นักกิจกรรมทางการเมือง เพื่อคลายวิกฤตการความศรัมทธาต่อองค์กรตุลาการปละฟื้นฟูกระบวนการยุติธรรมให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประชาธิปไตยตัวจริง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “เผด็จการจงพินาจ”

นายสมยศ กล่าวว่า กรณีที่ศาลไม่ให้ประกันตัวผู้ที่ถูกดำเนินคดี 112 ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชานและเป็นปัญหาที่จะดำไปสู้ความขัดแย้งในสังคม จึงเป็นที่มาให้คณะราษฎรจัดการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ต.ค.64 ที่บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกดำเนินคดี 112 และแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ นางอมรัตน์ เหลือหลักทรัพย์ที่ใช้ตำแหน่งในการประกันตัวประมาณ 2แสนกว่าบาท ขณะที่น.ส.สุทธวรรณ เหลือหลักทรัพย์ที่ใช้ตำแหน่งในการประกันตัวประมาณ 1 แสนบาท ส่วนนายธีรัจชัย เหลือหลักทรัพย์ที่ใช้ตำแหน่งในการประกันตัวประมาณ 1 แสนบาท

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

บทความยอดนิยม