ตำแหน่งของคุณ Home กทม

“ตาลิบัน”ผงาด-“ยุโรป”ผวา

กลุ่มผู้อพยพชาวอัฟกัน หยุดพักที่เมืองวาน ชายแดนของตุรกี (Photo : Getty Images)

ถูกจับตาจ้องมองว่า เป็น “ขบวนการก่อการร้ายติดอาวุธ” ที่น่าสะพรึง ณ ชั่วโมงนี้

สำหรับ “ตาลิบัน” กลุ่มนักรบจอมดีเดือดในอัฟกานิสถาน

เพราะยังไม่ทันที่กองทัพพันธมิตรนาโต ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา จะถอนทัพออกไปกันหมด ทางกลุ่มตาลิบัน ก็สามารถยึดพื้นที่เมืองต่างๆ ในอัฟกานิสถานแล้วกว่าครึ่งค่อนประเทศ

โดยตามการเปิดเผยแบบตัวเลขของเหล่าผู้สันทัดกรณี ก็ระบุว่า ร้อยละ 85 ของพื้นที่ทั้งหมดของอัฟกานิสถาน ตกไปอยู่ในความยึดครองของตาลิบันไปเรียบร้อยแล้ว

มิหนำซ้ำ ตาลิบันก็ยังมีทีท่าแนวโน้มว่า อิทธิพลของพวกเขา จะขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง กระทั่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงว่า เห็นท่าอัฟกานิสถานต้องตกอยู่ในความยึดครองของตาลิบันแบบทั้งประเทศอีกครั้งเป็นแน่แท้ ในอนาคตไม่ไกลจากนี้ ซึ่งมีรายงานว่า ตาลิบันได้รับความช่วยเหลือเป็นประการต่างๆ รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลายจากเหล่าชาติที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของทางฟากมหาอำนาจตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย อิหร่าน และจีนแผ่นดินใหญ่

ส่งผลให้ “ตาลิบัน” กร้าวแกร่ง จนสามารถโจมตีกองทัพรัฐบาลอัฟกานิสถาน หรือแม้กระทั่งกองทัพพันธมิตรนาโต ของเหล่าชาติมหาอำนาจตะวันตก จนในที่สุดกองทัพพันธมิตรนาโต มิอาจเอาชัยได้โดยเด็ดขาด ต้องถอยทัพกลับประเทศของตน พร้อมกับได้ดินแดนยึดครองเป็นบำเน็จกำนัลมือแก่เหล่านักรบตาลิบัน อย่างที่เป็นอยู่นี้

สร้างความปริวิตกให้แก่บรรดาประเทศในภูมิภาคยุโรปเป็นอย่างยิ่ง แบบออกอาการหวาดผวา ทันทีที่ตาลิบันขึ้นมาผงาดเหนือดินแดนอัฟกาฯ

ทั้งนี้ ก็เป็นเพราะชัยชนะของกลุ่มตาลิบัน ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “คลื่นอพยพ” ขึ้นมาเขย่าดินแดนยุโรปอีกครั้ง

เมื่อปรากฏตามตัวเลขประมาณการของ “คาริตัส อิตาเลียนา” องค์กรการกุศลในอิตาลี พร้อมด้วยเหล่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญ ก็ระบุว่า ทุกๆ วันจะเห็นผู้อพยพชาวอัฟกัน หนีภัยจากอัฟกานิสถาน เข้าสู่ชายแดนของตุรกีถึงวันละกว่า 2,000 คน

โดยกลุ่มชาวอัฟกันเหล่านี้ หลบหนีออกจากดินแดนในอัฟกานิสถาน ที่ถูกกลุ่มตาลิบันเข้าไปยึดครอง โดยต่างทิ้งถิ่นฐานบ้านช่อง พร้อมกับอพยพเดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตก อย่างทรหดก่อนถึงชายแดนของตุรกี ท่ามกลางหมุดหมายว่า จะเดินทางต่อไปเข้าสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคยุโรป เพื่อมีชีวิตใหม่ ที่มิใช่การถูกครอบงำโดยกลุ่มนักรบตาลิบัน

จะเรียกว่า ยุโรปเป็นดินแดนแห่งความหวังใหม่สำหรับกลุ่มผู้อพยพชาวอัฟกันเหล่านี้

ทั้งนี้ ก็ด้วยกลุ่มผู้อพยพชาวอัฟกันดังกล่าว ไม่อยากถูกกลุ่มตาลิบันปกครอง เหมือนเมื่อครั้งที่พวกนักรบกลุ่มนี้ขึ้นมามีอำนาจปกครองอัฟกานิสถาน ในระหว่างปี 1996 – 2001 (พ.ศ. 2539 – 2544) ซึ่งใช้ระบบ “ชะรีอะฮ์” กฎหมายตามหลักศาสนาอิสลาม ที่ทางกลุ่มตาลิบันตีความเอง มาใช้ปกครองประชาชนอย่างเข้มงวดสุดโต่งจนเกินไป โดยกฎหมายดังกล่าวยังถูกบังคับใช้ถึงในชีวิตประจำวันของพวกเขา จนแทบไม่มีอิสระ

ตามการสังเกตการณ์ของเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่บริเวณชายแดนของตุรกี ก็ระบุว่า ส่วนใญ่ผู้อพยพชาวอัฟกัน ก็จะเป็นชายหนุ่มโสด หลายคนก็มีการศึกษาไม่สูงนัก หรือไม่ได้รับการศึกษาเลยก็มี

จากการสอบถามผู้อพยพก็ได้ความว่า พวกเขาต้องการสร้างถิ่นฐานใหม่ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ในประเทศต่างๆ ของภูมิภาคยุโรป โดยครอบครัวของพวกเขาในอัฟกานิสถาน จะเดินทางมาสมทบในภายหลัง ส่วนการเดินทางของพวเขานั้น ยอมรับว่า ลำบากสาหัสสากรรจ์ไม่น้อย กับการเดินทางด้วยเท้า เริ่มจากลักลอบออกจากพรมแดนอัฟกานิสถาน ผ่านอิหร่าน จนกระทั่งถึงชายแดนของตุรกี ซึ่งเปรียบเสมือนประตูทางเข้าภูมิภาคยุโรป

ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการตุรกี ระบุว่า มีผู้อพยพชาวอัฟกันมา หนีภัยมาตั้งหลักบริเวณชายแดนตุรกีจำนวนเรือนแสนคนแล้ว ซึ่งตุรกี ถือเป็นหนึ่งในประเทศด่านหน้าที่รับผู้อพยพ ตั้งแต่ปรากฏการณ์คลื่นอพยพเมื่อ 6 ปีก่อน คือ 2015 (พ.ศ. 2558)

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์คลื่นอพยพเมื่อ 6 ปีที่แล้วนั้น ผู้อพยพลี้ภัยมาจากหลายพื้นที่ประเทศที่มีการสู้รบในสงครามกลางเมือง และสงครามก่อการร้ายต่างๆ เช่น ซีเรีย เป็นต้น

โดยมีรายงานว่า เฉพาะในตุรกี ก็มีชาวซีเรีย อพยพเข้ามาถึงกว่า 3 ล้านคน ตั้งแต่ช่วงปี 2015 จนถึง ณ เวลานี้ พวกเขาก็ยังพำนักอาศัยอยู่ในตุรกี เช่นเดียวกับที่ประเทศกรีซ ก็มีจำนวนผู้อพยพชาวอัฟกันจำนวนไม่น้อย นอกจากนี้ ก็ยังมีผู้อพยพอีกเป็นจำนวนมาก ก็เตรียมอพยพต่อไปเข้าสู่ประเทศในภาคพื้นทวีปยุโรป เช่น เยอรมนี เป็นต้น ซึ่งเยอรมนี เมื่อครั้งกระนั้น ถือเป็นดินแดนแห่งความหวังของผู้อพยพ เพราะผู้นำประเทศอย่าง นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล มีนโยบายเปิดรับผู้อพยพ จนเธอได้รับการยกย่องให้เป็น แม่พระของเหล่าบรรดาผู้อพยพในครั้งกระนั้นกันเลยทีเดียว

ทว่า ปรากฏการณ์คลื่นอพยพที่กำลังเกิดขึ้นนี้ หลายประเทศในภูมิภาคยุโรป ไม่ต้องการให้ซ้ำรอยเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 2015

ทั้งนี้ เพราะนอกจากเป็นภาระในการดูแลผู้อพยพแล้ว ทางการของยุโรปหลายประเทศ ก็ยังมีบทเรียนบาดแผลจากการที่ถูกสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายแฝงตัวมากับผู้อพยพ หรืออพยพมาแล้ว ก็กลับมีความคิดอุดมการณ์ของกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงอันสุดโต่ง โจมตีก่อวินาศกรรมเป็นประการต่างๆ ไม่นับเรื่องโรคโควิด-19 ระบาดที่กำลังอาละวาดในหลายพื้นที่ ณ ชั่วโมงนี้อีกต่างหาก

ส่งผลให้ทางการหลายประเทศของยุโรป ต้องขยับปรับมาตรการในการดูแลชายแดนของตนเองกันใหม่ ด้วยการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาดูแลพื้นที่ชายแดนกันจ้าละหวั่น

ไม่ว่าจะเป็น “ออสเตรีย” ได้ประกาศให้เจ้าหน้าที่ทหาร ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนให้เข้มงวดขึ้น

เช่นเดียวกับ “สโลวีเนีย” และ “ฮังการี” ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ชายแดนมาประจำการตามแนวพรมแดน มากขึ้นอีกร้อยละ 40 เป็นต้น

ท่ามกลางความหวาดผวาว่า ปราฏการณ์คลื่นอพยพจะซ้ำรอยเหมือนเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

บทความยอดนิยม